สมัครกิฟฟารีน เพื่อรับข้อมูลผลิตภัณฑ์

Line ไอดี @a9998 มือถือคลิกแอดได้เลย
โทร. 093-6969-888, 0818-626-168

บริการส่งด่วน กทม. ทุกวันจะได้รับภายใน 18.00 น.

ติดต่อโดยตรงกับ กิฟฟารีน คลิกที่นี่!! กรุณาใช้รหัสสมาชิก 11113888 สำหรับซื้อของ และเป็นผู้แนะนำ

หากท่านต้องการผลิตภัณฑ์ใด ในราคาสมาชิก กรุณาติดต่อเว็บมาสเตอร์ ตามที่อยู่ด้านล่างสุด

ค้นหาจาก ไขปัญหาสุขภาพค้นหาจาก ไขปัญหาสุขภาพ

ดูหัวข้อทั้งหมด


ข้อห้ามและข้อควรระวังสำหรับโรคบางอย่าง ในการรับประทานอาหารสุขภาพ
สตรีตั้งครรภ์
-ไม่ควรรับประทานอาหารสุขภาพทุกชนิด ในทุกระยะเวลาของการตั้งครรภ์ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด เมื่อคลอดแล้วจึงสามารถจะแนะนำให้รับประทานอาหารสุขภาพได้ แต่ถ้าให้นมบุตร ไม่ควรรับประทานสมุนไพร
ในช่วงให้นมบุตร สามารถแนะนำวิตามิน โปรตีน แคลเซี่ยม น้ำผลไม้ น้ำมันปลา และขิงเป็นต้น

-ผู้ป่วยในโรงพยาบาล
ไม่ให้รับประทานอาหารสุขภาพทุกชนิด เพราะอาจจะรบกวนการทำงานของแพทย์ รบกวนยาหรือคนไข้อาจจะมีภาวะที่ตับ ไต ไม่แข็งแรงเป็นต้น

-เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี
ไม่ให้รับประทานอาหารสุขภาพทุกชนิด เพราะเมื่อไม่สบาย จะมีอันตรายสูง ต้องตรวจรักษาโดยแพทย์ นอกจากนี้ เด็กที่เล็กเกินไป อาจจะยังเคี้ยวหรือกลืนยาไม่ได้ดี ก็อาจจะติดคอ เป็นอันตราย

-นิ่วในไต
ระวังในการรับประทานแคลเซี่ยม เพราะในบางราย อาจเพิ่มการขับแคลเซี่ยมในปัสสาวะ เกิดการตกตะกอนทำให้นิ่วโตเร็วขึ้นในผู้ที่เป็นนิ่วแล้ว ควรได้รับการตรวจแคลเซียมในปัสสาวะและปรึกษาแพทย์ก่อน

-นิวในถุงน้ำดี
ห้ามขมิ้น อาร์ทิโชก และว่านชักมดลูกและ เพราะทั้งสามตัว เพิ่มการหลั่งน้ำดี อาจจะทำให้นิ่วโตเร็วขึ้น แต่เมื่อได้รับการผ่าตัดถุงน้ำดีแล้ว สามารถรับประทานได้เหมือนคนปกติ

-โรคลมชัก โรคจิต โรคซึมเศร้า
ไม่ควรรับประทานอาหารสุขภาพทุกชนิด เว้นแต่จะปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะอาจจะรบกวนระดับยารักษาโรค และอาจจะมีอันตรายได้
โรคออทิสติก
ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลรักษาก่อนรับประทานอาหารเสริมทุกชนิด เพราะแต่ละรายจะได้รับยาที่ต่างกันเช่น อาจจะมียากันชัก ยารักษาทางจิตเวชอื่นๆ เป็นต้น

-เบาหวาน
ห้ามลดน้ำหนักด้วยสูตรอาหารสุขภาพทั้งหมด ห้ามงดหรือลดปริมาณอาหารในบางมื้อ เว้นแต่จะปรึกษาแพทย์ที่รักษาเบาหวานก่อน เพราะจะทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำเกินไปเสมอ จนเป็นอันตราย เนื่องจากผู้ป่วยจะได้รับยาลดน้ำตาลในเลือด ซึ่งเป็นยารักษาโรคเบาหวาน ซึ่งผู้ป่วยเบาหวานถ้าต้องการจะลดน้ำหนักและ จึงต้องปรึกษาแพทย์ที่รักษาในการปรับยาเบาหวาน และอยู่ในความดูแลของแพทย์เสมอ

-โรคหัวใจ อัมพาต เลือดข้น เลือดหนืด เส้นเลือดตีบ เส้นเลือดอุดตัน (ผู้ป่วยมักจะได้รับยาต้านแข็งตัวของเลือด เกล็ดเลือด หรือยาละลายลิ่มเลือด)
ถ้าจะรับประทาน แปะก๊วย โสม กระเทียม น้ำมันปลา เห็ดหลินจือ ว่านชักมดลูก เจียวกู่หลาน น้ำมันพริมโรส โคเอนไซม์คิวเทน สารสกัดจากเม็ดองุ่น ขิง โกโก้ ชาเขียว อีจีซีจี น้ำมันมะกอก เรสเวอราทอล ไลโคพีน ขมิ้นชัน
ควรปรึกษาแพทย์ก่อน ในผู้ที่มีประวัติเส้นเลือดแตกในสมอง เลือดออกในทางเดินอาหาร หรือผู้ที่เกล็ดเลือดต่ำ เลือดออกง่าย หรือรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเกล็ดเลือด ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาละลายลิ่มเลือด เพราะอาหารสุขภาพเหล่านี้มีผลต่อการแข็งตัวของเกล็ดเลือด อาจจะส่งเสริมยาทำให้เลือดออกได้ง่าย หยุดได้ยาก

-โรคจีซิกพีดี(G6PD)
ห้าม มะรุม และ ถั่วปากอ้า เพราะจะทำให้เม็ดเลือดแดงแตก ปัสสาวะมีสีดำ และเป็นอันตรายต่อไตได้ ผู้ที่เป็นโรคนี้ ปรกติจะไม่อันตราย เว้นแต่ไปทาน มะรุม ถั่วปากอ้า และยาที่ต้องห้าม ซึ่งมีหลายชนิด จึงต้องบอกแพทย์เวลาไม่สบายเสมอว่าเป็นโรคนี้ แพทย์จะได้ไม่สั่งยาที่ต้องห้าม

-โรคตับแข็ง และโรคตับทุกชนิด(ที่มีเอนไซม์ของการทำงานของตับสูงคือค่า SGOT SGPT มากกว่า 40 IU แสดงว่าตับกำลังอักเสบ)
ห้ามสมุนไพรทุกชนิดเช่น โสม เห็ดหลินจือ ใบบัวบก แป๊ะก๊วย ฟ้าทลายโจร กวาวเครือ ว่านชักมดลูก ทับทิมเม็ด มะรุม เจียวกู่หลาน รวมทั้งสารสกัดจากชาเขียว อีจีซีจี เพราะเป็นสมุนไพร อาจจะมีสารสำคัญที่มีความเป็นยาอยู่มาก อาจจะทำให้ตับต้องทำงานหนัก แม้แต่ยาแผนปัจจุบันทุกชนิด บางชนิดก็มีข้อห้ามและข้อควรระวัง ซึ่งต้องปรึกษาแพทย์เสมอ กรณีตับอักเสบจากไวรัสบี ที่ยังไม่รุนแรงถึงขั้นตับแข็งแนะนำ ถังเช่า และอาจจะเพิ่ม อาร์ทิโชก ได้ด้วย

-ผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ
ห้ามสมุนไพรทั้งหมด เพราะอาจจะรบกวนยาที่ใช้รักษาภูมิต้านทาน และอาจจะมีผลเสียต่อโรค

-วัณโรค ที่กำลังได้รับยา และมะเร็งที่กำลังได้รับเคมีบำบัด
ผู้ป่วยที่กำลังได้รับยารักษาวัณโรค หรือกำลังได้รับการรักษามะเร็งด้วยยาคีโม หรือเคมีบำบัด หรือฉายแสง ควรงดการให้สมุนไพรทุกชนิด เพราะระยะที่กำลังได้รับการรักษาเหล่านี้ ตับจะทำงานหนัก จึงควรงดสมุนไพรไว้ก่อน ควรให้สมุนไพรต่อเมื่อหลังการให้คีโม หรือฉายแสง หรือหยุดให้ยาวัณโรคแล้ว 1 ถึง 2 อาทิตย์ และถ้าจะมีการรักษาเช่นนี้อีก ก็ควรงดสมุนไพรในช่วงรักษานี้อีกเช่นกัน

-โรคไต
โรคไตระยะสุดท้าย หรือได้รับการล้างไตฟอกเลือด หรือมีอาการบวม ควรหลีกเลี่ยงผลไม้ น้ำผลไม้ น้ำเกลือแร่ น้ำด่าง น้ำแมกนิเซียม หรือปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานเสมอ เพราะ
อาจจะมีโพแทสเซียมสูงในเลือด และมีอันตรายได้

-เนื้องอก ซีสต์ที่มดลูก รังไข่ เต้านม
ควรระวังหรือหลีกเลี่ยง การรับประทานสมุนไพรที่มีฤทธิ์เป็นแอสโตรเจน เช่น ว่านชักมดลูก กวาวเครือขาว ตังกุย เพราะอาจจะส่งเสริมโรคให้มากขึ้นได้ ถ้าจะรับประทานให้ปรึกษาแพทย์ก่อน

ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาโทร. 0818-626-168 ระหว่างเวลา 08.00-22.00น.