รอยัลคราวน์ เอส-คาปูชิโน กาแฟปรุงรสสำเร็จชนิดผง กาแฟคาปูชิโน (กาแฟผสมฟองนม) สูตรปราศจากน้ำตาล 95.00

ท่านสามารถซื้อของใช้ทุกอย่าง ในราคาสมาชิกลด 25% โดยระบุเลขสมาชิกของผม 11113888 ชื่อ วรุตม์ ไวทยกุล ทุกสาขา(คลิก) และกิฟฟารีนออนไลน์(คลิก)

สมัครกิฟฟารีน ค่าสมัครเพียง 180 บาท มีสิทธิ์ซื้อสินค้าในราคาสมาชิก ท่านจะได้รับส่วนลด 25% ตลอดไป และสิทธิ์อื่นๆ โปรดระบุชื่อและเลขสมาชิกของผม เป็นสปอนเซอร์หรือผู้แนะนำ รับของแถมมูลค่า 100 บาท

บริการส่งด่วน กทม. ทุกวันจะได้รับภายใน 18.00 น.

ติดต่อLine ไอดี @a9998 มือถือคลิกแอดได้เลย

โทร. 093-6969-888, 0818-626-168

เว็บไซต์นี้ได้รับเครื่องหมายรับรอง DBD จากกระทรวงพาณิชย์

DBD Register

ราคาสินค้ากิฟฟารีน ซื้อได้ในราคาสมาชิกลด 25%

ผลิตภัณฑ์กิฟฟารีน ที่ขายดีทั้งหมด

ค้นหาผลิตภัณฑ์กิฟฟารีนค้นหาผลิตภัณฑ์กิฟฟารีน


รอยัลคราวน์ เอส-คาปูชิโน กาแฟปรุงรสสำเร็จชนิดผง กาแฟคาปูชิโน (กาแฟผสมฟองนม) สูตรปราศจากน้ำตาล 95.00

รอยัลคราวน์ เอส-คาปูชิโน กาแฟปรุงรสสำเร็จชนิดผง กาแฟคาปูชิโน (กาแฟผสมฟองนม) สูตรปราศจากน้ำตาล 95.00

กาแฟคาปูชิโน (กาแฟผสมฟองนม) สูตรปราศจากน้ำตาล รสชาติกลมกล่อม กลิ่นหอมละมุนจากกาแฟแท้
ไม่มีโคเลสเตอรอล
ไม่มีกรดไขมันชนิดทรานส์
ใช้ซูคราโลสและอะซิซัลเฟม เค เป็นวัตถุที่ให้ความหวานแทนน้ำตาล
พลังงาน 80 กิโลแคลอรี่ ต่อ ซอง

ส่วนประกอบที่สำคัญโดยประมาณใน 1 ซอง :
ครีมเทียม 65.86 %

คาปูชิโน 15.00 %

กาแฟ 14.00 %

หางนม 5.00 %

บรรจุ 10 ซอง (18 กรัม/ซอง)

วิธีใช้ :
เทกาแฟคาปูชิโน 1 ซอง (18 กรัม) ลงในน้ำร้อน 1 ถ้วย (120 มล.) คนให้เข้ากัน

รหัสสินค้า 41214
ปริมาณสุทธิ : 10.00 ซอง
น้ำหนักรวม : 210 กรัม
ราคาสมาชิก95.00
ราคาเต็ม120.00
พีวี15.00



รอยัลคราวน์เอส-คาปูชิโนกาแฟปรุงรสสำเร็จชนิดผง


ความคิดเห็นที่ 1 จาก : Webmaster
ประโยชน์จากการดื่มกาแฟ

1.การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ B มีผู้วิจัยพิสูจน์แล้วว่า กาแฟมีประโยชน์ ในการป้องกันได้การดื่ม

2. กาแฟเป็นประจำ ช่วยป้องกันโรคหอบ โรคนี้คือ อาการภูมิแพ้ชนิดหนึ่ง โดยทั่วไป เมื่อมีประสาทสำรองไม่ถูกกระตุ้น จะไม่มีอาการหอบเกิดขึ้นง่ายๆ แต่ถ้าหากประสาทสัมผัสสำรองถูกกระตุ้น จะเกิดอาการหอบทันที คาเฟอีนในกาแฟจะระงับการตึงเครียดของประสาทสัมผัสสำรอง ลดการเกิดโรคหอบ

3. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยลดการเกิดโรคตับจากสุรา ตามที่นักวิชาการสำรวจแล้วพบว่า กาแฟช่วยลดผลร้ายที่จะมีต่อตับได้อย่างมีนัยสำคัญ

4. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยป้องกันมะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ และมะเร็งในช่องปาก จากผลการทดลองจริง พบว่ากาแฟมีประสิทธิ ภาพป้องกันโรคขั้นต้น โดยเฉพาะ ในคาเฟอีนมีกรดอะซิติก ที่ช่วย ป้องกันโรคต่างๆดังกล่าวได้

5. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยขับไล่ความชรา อ็อกซิเจน เป็นสารที่ร่างกายต้องการมากก็จริง แต่ถ้ามีออกซิเจนมากไป ทำให้มี โอกาสเป็นมะเร็งสูงและแก่เร็ว โดยเฉพาะกาแฟที่เข้มข้น จะทำให้ออกไซด์แตกตัว ลดการเกิดมะเร็งได้ กระตุ้นการเผาผลาญอาหารในร่างกายได้ดี

6. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยลดอัตราคอเลสเตอรอล ป้องกันโรคหัวใจ ในกาแฟมีนิโคติน แต่ไม่ใช่ชนิดเดียวกับในบุหรี่ แต่เป็นวิตามิน B รวมชนิดหนึ่ง ที่ร่างกายต้องการช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด จึงป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดแข็งตัวได้

7. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยละลายไขมัน กาแฟที่ดื่มหลังอิ่มอาหาร ช่วยให้ไขมันแตกตัว และให้พลังงานทดแทน จึงลดความอ้วนได้ด้วย

8. กาแฟเพิ่มไขมันชนิดดีให้ร่างกาย ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ตามผลการวิจัยพบว่าคนที่ดื่มกาแฟบ่อยๆ จะมีไขมันชนิด HDLเพิ่มขึ้น ซึ่งไขมันชนิดนี้จะขับไล่คอเลสเตอรอลออกไป ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัวได้

9. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยแก้ปวดศีรษะ กาแฟมีส่วนผสมของคาเฟอีนที่ขยายหลอดเลือด ระงับอาการปวดได้เช่นเดียวกับยาแก้ปวด ยังช่วยขับปัสสาวะ ละลายไขมันในเส้นเลือด และช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ เนื่องจากเมาสุราได้

10. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในสมองและสมรรถภาพสมอง มีผู้เชี่ยวชาญสรุปผลการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมาว่า ความหอมของกาแฟ ช่วยกระตุ้นสมองให้ทำงานได้เร็วขึ้น และมีสมาธิ ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น นั้นเป็นเพราะกลิ่นกาแฟ ทำให้เลือดไหลเวียนในสมองเพิ่มขึ้น

11. ดื่มกาแฟเล็กน้อยทำให้น้ำย่อย ในกระเพาะหลั่งดีขึ้น ไขมันแตกตัว หากได้ดื่มกาแฟเล็กน้อยหลังทานอาหารเสร็จ คาเฟอีนในกาแฟจะมี ประโยชน์ต่อกระเพาะโดยตรง น้ำย่อยที่กระเพาะและตับอ่อนจะเพิ่มขึ้น ไขมันถูกเผาผลาญได้ดีมากขึ้น
วันเวลา : 2017-06-19 11:21:18 ไอพี : 122.155.45.190

ความคิดเห็นที่ 2 จาก : Webmaster
สำหรับการดื่มกาแฟกับแคลเซียม ขอให้เลี่ยงกินแคลเซียมร่วมกับกาแฟ เพราะกาแฟจะไปยับยั้งการดูดซึมแคลเซียม นอกจากนั้นยังไปดึงแคลเซียมออกจากกระดูกอีกด้วย ซึ่งจะทำให้ไม่ได้รับประโยชน์แคลเซียมแต่อย่างใด
วันเวลา : 2017-06-19 12:23:32 ไอพี : 122.155.45.190

ความคิดเห็นที่ 3 จาก : Webmaster
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับกาแฟคาปูชิโน
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับกาแฟมีให้เลือกสรรอย่างมากมาย รวมทั้งยังมีรูปแบบวิธีการชงเพื่อให้ได้รสชาติที่หลากหลาย เช่น เอสเพรสโซ (Espresso) คือการชงกาแฟที่มีรสแก่และเข้ม, ลาเต้ (Latte) คือ เอสเพรสโซผสมนมร้อน, มอคค่า (Mocha) คือ เอสเพรสโซผสมนมร้อนและมีการใส่ช็อคโกแลตเพิ่มลงไป และอีกหนึ่งรสชาติที่หลายๆ คนปฏิเสธไม่ได้ถึงความอร่อย นั่นก็คือ คาปูชิโน
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับกาแฟคาปูชิโน

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับกาแฟมีให้เลือกสรรอย่างมากมาย รวมทั้งยังมีรูปแบบวิธีการชงเพื่อให้ได้รสชาติที่หลากหลาย เช่น เอสเพรสโซ (Espresso) คือการชงกาแฟที่มีรสแก่และเข้ม, ลาเต้ (Latte) คือ เอสเพรสโซผสมนมร้อน, มอคค่า (Mocha) คือ เอสเพรสโซผสมนมร้อนและมีการใส่ช็อคโกแลตเพิ่มลงไป และอีกหนึ่งรสชาติที่หลายๆ คนปฏิเสธไม่ได้ถึงความอร่อย นั่นก็คือ คาปูชิโน (Cappuccino)
การชงคาปูชิโนโดยส่วนใหญ่มักมีอัตราส่วนของกาแฟเข้มข้น 1/3 ส่วน ผสมกับนมร้อนที่ผ่านไอน้ำ 1/3 ส่วน และฟองนมที่ตีเป็นโฟมละเอียด 1/3 ส่วนที่ลอยอยู่ด้านบน นอกจากนั้นอาจโรยหน้าด้วยผงชินนามอน หรือผงโกโก้เล็กน้อยตามความชอบ ในประเทศอิตาลีผู้คนมักดื่มคาปูชิโนเป็นอาหารเช้า โดยอาจรับประทานคู่กับขนมปังแผ่นหรือคุกกี้ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าวิถีชีวิตของชาวอิตาลีมักไม่ค่อยรับประทานอาหารเช้าแบบเป็นกิจลักษณะ คาปูชิโนและขนมปังเบาๆ จึงเหมาะเป็นอาหารรองท้องสำหรับยามเช้าที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก สำหรับจุดเด่นของกาแฟคาปูชิโนคือความอร่อย หวานมัน หอมละมุน เหมาะสำหรับผู้ที่ดื่มกาแฟไม่เข้มมาก อย่างไรก็ตาม การเตรียมกาแฟคาปูชิโนจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะที่เป็นเครื่องชงกาแฟแบบไอน้ำและทำได้ไม่ง่ายนัก แต่ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาสินค้ากาแฟออกมาเป็นกาแฟคาปูชิโนปรุงสำเร็จชนิดผง เพียงแค่เทแล้วเติมน้ำร้อน ก็จะได้กาแฟคาปูชิโนพร้อมดื่มได้อย่างสะดวกสบาย โดยเฉพาะในบางผลิตภัณฑ์มีการปรับปรุงโดยไม่ใช้น้ำตาลในส่วนผสม แต่ใช้สารให้ความหวานแทน จึงไม่ต้องรับประทานน้ำตาลอันจะทำให้ได้รับพลังงานส่วนเกิน นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ และเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่รักในการดื่มกาแฟ

ประโยชน์ของกาแฟต่อสุขภาพ
เมล็ดกาแฟจัดเป็นพืชที่เป็นแหล่งของคาเฟอีนที่ใหญ่ที่สุด อีกทั้งยังเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ กรดคลอโรจีนิก (Chlorogenic acid) ซึ่งเป็นสารประกอบฟีนอลิกที่ให้รสชาติขมในกาแฟ จากงานวิจัยรายงานว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟมากกว่าวันละ 7 ถ้วย จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 น้อยกว่าผู้ที่ดื่มกาแฟวันละ 2 ถ้วย หรือน้อยกว่าถึง 0.5 เท่า อีกทั้งมีรายงานว่า การดื่มกาแฟวันละ 1-3 ถ้วย ยังมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความเสื่อมของระบบประสาท อาทิเช่น โรคพาร์คินสันและโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งคนที่ดื่มกาแฟตั้งแต่ช่วงวัยกลางคน มีแนวโน้มที่จะป่วยเป็นโรคความจำเสื่อมน้อยกว่าผู้ที่เคยไม่ดื่มกาแฟเลย

เอกสารอ้างอิง
1. คาปูชิโน. สืบค้นวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 จากเวปไซต์วิกิพีเดีย. สารานุกรมเสรี. th.wikipedia.org
2. Van Dam, R.M. and Feskens, E.J. 2002. Coffee consumption and risk of type 2 diabetes mellitus. The Lancet. 360:1477-1478.
3. Ascherio, A., Zhang, S.M., Hern, M.A. 2001. Prospective study of caffeine consumption and risk of Parkinson's disease in men and women. Annals of Neurology. 50(1): 56-63.
4. อวยพร อภิรักษ์อร่ามวง. การบริโภคกาแฟกับความเสี่ยงต่อเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารไทย ไภษัชยนิพนธ์ (ฉบับ-ออนไลน์). 2548: 2(4): 11-21
วันเวลา : 2017-07-03 19:09:21 ไอพี : 180.183.156.19

ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาโทร. 0818-626-168 ระหว่างเวลา 08.00-22.00น.

ผลิตภัณฑ์