เครื่องดื่ม กลูต้าเคอร์คิวมา ซี-อี นวัตกรรมเพื่อผิวขาวอมชมพู กระจ่างใสยิ่งกว่า แลดูเป็นธรรมชาติ 330.00

ท่านสามารถซื้อของใช้ทุกอย่าง ในราคาสมาชิกลด 25% โดยระบุเลขสมาชิกของผม 11113888 ชื่อ วรุตม์ ไวทยกุล ทุกสาขา(คลิก) และกิฟฟารีนออนไลน์(คลิก)

สมัครกิฟฟารีน ค่าสมัครเพียง 180 บาท มีสิทธิ์ซื้อสินค้าในราคาสมาชิก ท่านจะได้รับส่วนลด 25% ตลอดไป และสิทธิ์อื่นๆ โปรดระบุชื่อและเลขสมาชิกของผม เป็นสปอนเซอร์หรือผู้แนะนำ รับของแถมมูลค่า 100 บาท

บริการส่งด่วน กทม. ทุกวันจะได้รับภายใน 18.00 น.

ติดต่อLine ไอดี @a9998 มือถือคลิกแอดได้เลย

โทร. 093-6969-888, 0818-626-168

เว็บไซต์นี้ได้รับเครื่องหมายรับรอง DBD จากกระทรวงพาณิชย์

DBD Register

ราคาสินค้ากิฟฟารีน ซื้อได้ในราคาสมาชิกลด 25%

ผลิตภัณฑ์กิฟฟารีน ที่ขายดีทั้งหมด

ค้นหาผลิตภัณฑ์กิฟฟารีนค้นหาผลิตภัณฑ์กิฟฟารีน


เครื่องดื่ม กลูต้าเคอร์คิวมา ซี-อี นวัตกรรมเพื่อผิวขาวอมชมพู กระจ่างใสยิ่งกว่า แลดูเป็นธรรมชาติ 330.00

เครื่องดื่ม กลูต้าเคอร์คิวมา ซี-อี นวัตกรรมเพื่อผิวขาวอมชมพู กระจ่างใสยิ่งกว่า แลดูเป็นธรรมชาติ 330.00

เครื่องดื่มกลูต้าเคอร์คิวมา ซี-อี ผสมน้ำรสขมิ้น 10 % ตรา กิฟฟารีน ส่วนประกอบสำคัณ : ขมิ้นผง แอล-กลูตาไธโอน วิตามินซี วิตามินอี น้ำตาล และน้ำ

วิธีใช้ :รับประทาน : เขย่าขวดก่อนดื่ม ดื่มวันละ 1 ขวด

รหัสสินค้า 37328
ปริมาณสุทธิ : 6.00 ขวด
น้ำหนักรวม : 850 กรัม
ราคาสมาชิก330.00
ราคาเต็ม440.00
พีวี330.00

เครื่องดื่มกลูต้าเคอร์คิวมา ซี-อี
Gluta Curcuma C-E


ความคิดเห็นที่ 1 จาก : Webmaster
กลูต้าไธโอน คือ ไตรเปปไทด์ (Tripeptide) ที่ประกอบไปด้วยกรดอะมิโน 3 ชนิด ได้แก่ ซีสเตอิน กลูตาเมต และไกลซีน ซึ่งร่างกายสามารถผลิตขึ้นได้เองตามธรรมชาติ โดยเฉพาะที่ตับของเรา กลูต้าไธโอนมีบทบาทสำคัญในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยปกป้องเซลล์มิให้ถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ ซึ่งในร่างกายของเรา ตามธรรมชาติแล้วจะมีกลูต้าไธโอน 2 รูปแบบ คือ รีดิวซ์กลูต้าไธโอน (Reduced Glutathione) และ ออกซิไดซ์กลูต้าไธโอน (Oxidized Glutathione)

พูดตามภาษาชาวบ้านง่ายๆคือ ลดริ้วรอย ขับสารพิษ ลดระดับการสร้างเม็ดผิวสีดำ ทำให้ขาวขึ้น แต่ต้องเป็นกลูต้า ที่ได้มารตราฐานการผลิตด้วยน้า ไม่งั้นมีสารตกค้าง อันตรายมาก

รีดิวซ์กลูต้าไธโอน (Reduced Glutathione) และ ออกซิไดซ์กลูต้าไธโอน (Oxidized Glutathione) ทั้ง 2 แบบนี้ ต่างกันอย่างไร
คำตอบ ก็คือ ออกซิไดซ์กลูต้าไธโอนนั้นจะมีความเสถียรมากกว่านั้นเอง

อธิบายง่ายๆ คือ รีดิวซ์กลูต้าไธโอนนั้นในน้ำที่อุณหภูมิห้องของบ้านเรา 40 องศาเซลเซียส ก็จะค่อยๆ สลายตัวจดหมดใน 30 วัน และถ้านำไปไว้ในอุณหภูมิน้ำเดือด ก็จะสลายไปภายในไม่ถึงชม.

ส่วน ออกซิไดซ์กลูต้าไธโอนนั้นจะสามารถคงตัวได้ในอุณหภูมิห้อง และแม้กระทั้งในน้ำเดือด ออกซิไดซ์ กลูต้าไธโอนนั้นก็ยังคงเสถียรได้อยู่น่ะ หลายคนที่กำลังสนใจบริโภคกลูต้าไธโอน ควรพิจารณาให้ดีถึงประเด็นนี้ ควรดูให้ละเอียดว่าเป็นกลูต้าไธโอนชนิดใด

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในท้องตลาดมากมาย และมีจำนวนไม่น้อยที่มีส่วนผสมของรีดิวซ์ กลูต้าไธโอน (Reduced Glutathione) ซึ่งกลูต้าไธโอนชนิดนี้ไม่คงตัวในน้ำและอุณหภูมิที่สูงขึ้น

นั่นคือจะเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเคมี และเกิดกลิ่นแก๊สไฮโดรเจนซัลไฟด์ (Hydrogen Sulfide) หรือที่รู้จักกันในนามของ “แก๊สไข่เน่า” ซึ่งทำให้เครื่องดื่มมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ และกลิ่นนี้จะติดทนนานเป็นชั่วโมงหลังจากการดื่ม ถ้าใครเคยบริโภคแล้วเป็นแบบนี้ นั่นเป็นสัญญาณว่ากลูต้าไธโอนที่บริโภคเข้าไปอาจจะได้ผลน้อย หรืออาจจะไม่ได้ผลเลย

ทำไมเค้าไม่ใช้กลูต้าไธโอนชนิดออกซิไดซ์กัน
ทั้งนี้เพราะว่ามีราคาที่สูงกว่า อันเนื่องมาจากกระบวนการผลิตที่ยุ่งยากซับซ้อนกว่า นั่นเอง
เครื่องดื่มกลูต้าเคอร์คิวมา ซี-อี ของเรานั้นเป็น ออกซิไดซ์กลูต้าไธโอน

กลูต้าเคอร์คิวมา ซี-อี 1ขวดประกอบด้วย
ออกซิไดซ์กลูต้าไธโอน 250 มิลลิกรัม
ซึ่งเป็นปริมาณสูงสุดที่อย.รับรองมาตรฐานความปลอดภัยต่อ 1 หน่วยบริโภค ออกซิไดซ์กลูต้าไธโอนที่มีความคงตัวในน้ำสูงและทนต่ออุณหภูมิที่เพิ่มสูงดีกว่ารีดิวซ์กลูต้าไธโอนที่พบได้ตามท้องตลาด และมีราคาต่ำกว่า แต่เสียสภาพได้ง่ายและมีคุณภาพต่ำกว่า ออกซิไดซ์กลูต้าไธโอน ช่วยในการยับยั้งการสร้างเม็ดสีดำหรือน้ำตาล ทำให้ทางร่างกายผลิตเม็ดสีขาวหรือชมพูมากขึ้น ทำให้ผิว ดูขาวอมชมพู ทำให้ผิวดูมีออร่า กระจ่างใสแลดูสุขภาพดี

เคอร์คูมินอยด์ (Curcuminoids) สารสกัดจากขมิ้นก็เป็นสารที่นิยมนำมาใช้บำรุงผิวกันอย่างแพร่หลาย เพราะมีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง ต้านอนุมูลอิสระ ต้านเชื้อรา และแบคทีเรีย ซึ่งเป็นที่มาของโรคผิวหนังชนิดต่างๆ ได้ดีอีกด้วย

วิตามินซี ที่นอกจากจะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดีแล้ว ยังช่วยทำให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น ผิวจึงได้รับสารอาหารและออกซิเจนมากขึ้น และยังมีงานวิจัยที่พบว่าวิตามินซีมีส่วนช่วยในการทำงานของกลูต้าไธโอนอีกด้วย

วิตามินอี ก็เป็นอาหารผิวอีกชนิดหนึ่งที่เป็นที่รู้จักกันดีว่ามีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น

กลูต้าเคอร์คิวมา ซี-อี ช่วยอะไรได้บ้าง
1. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกลูต้าไธโอน ทำให้ขาว เนียน ใสดูเป็นธรรมชาติ
2. เพิ่มการต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดริ้วรอยบนใบหน้าและร่างกายเช่นรอยตีนกา แผลเป็นนุ่มและจางลง
3. หัวเข่า ข้อศอก ก้นที่ด้านๆ สากๆ จะเนียนขึ้น
4. ช่วยลดกระบนใบหน้า และร่างกาย
5. บล๊อกสีผิวให้รักษาสีเม็ดสีผิวขาวไว้ให้อย่างยาวนาน แม้ไม่ได้ทานกลูต้าไธโอนต่อเนื่อง


ทำไมต้องกลูต้าของกิฟฟารีน
1. เครื่องดื่มกลูต้าเคอร์คิวมา ซี-อี ของกิฟฟารีนมี ออกซิไดซ์กลูต้าไธโอน 250 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นปริมาณสูงสุดที่อย.รับรองมาตรฐานความปลอดภัยต่อ 1 หน่วยบริโภค
2. เครื่องดื่มกลูต้าเคอร์คิวมา ซี-อี ดื่มง่าย รสชาติอร่อยด้วย สำหรับบางคนทานยาเม็ดลำบาก ก็จะสามารถดื่มได้สะดวก
3. ปลอดภัยไร้สารตกค้าง ได้รับมาตราฐานจาก อย.
4. กินแล้วได้ผลดีมาก รีวิวหลายๆเว็บ และฟิตแบกจากลูกค้าเยอะมาก ยอดขายเครื่องดื่มกลูต้าเคอร์คิวมา ซี-อี อยู่ในอันดับต้นๆ มาตลอด
5. ราคาถูกที่สุดในสินค้าประเภทเดียวกัน
วันเวลา : 2017-07-03 18:08:42 ไอพี : 180.183.156.19

ความคิดเห็นที่ 2 จาก : Webmaster
เรื่องน่ารู้เพื่อผิวพรรณด้วยคุณประโยชน์ของขมิ้น กลูตาไธโอน และวิตามินซี,อี
ชื่อขมิ้นในประเทศไทยเรียกตามภาษาท้องถิ่นมีหลายชื่อคือ ขมิ้นแกง (เชียงใหม่) ขมิ้นชัน (กลาง, ใต้) ขมิ้นหยอก, ขมิ้นหัว (เชียงใหม่) ขี้มิ้นและหมิ้น (ตรัง, ใต้) ตายอ (กะเหรี่ยง ก าแพงเพชร) สะยอ (กะเหรี่ยง, แม่ฮ่องสอน)
ประวัติความเป็นมา

แหล่งกำเนิดที่แน่นอนของขมิ้นไม่เป็นที่รู้จัก แต่พบมากในเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่วนใหญ่มาจาก ภาคตะวันตกของอินเดีย ขมิ้นเป็นพืชล้มลุกอยู่กลุ่มพืชจำพวกขิง มีเหง้าอยู่ใต้ดิน เนื้อเหง้ามีสีเหลืองอมส้ม หรือสีแสดออกแดง มีกลิ่นหอมและไม่มีเมล็ดพันธุ์ การขยายพันธุ์ใช้การแตกหน่อ โดยจะทำการเลือกจากลูกผสมระหว่างขมิ้นป่า (Curcuma aromatica) พื้นเมืองอินเดียศรีลังกาและเทือกเขาหิมาลัยตะวันออกและบางสายพันธุ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

ขมิ้นมีการปลูกในอินเดียมาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นที่รู้จักในประเทศจีนเมื่อประมาณ 700 ปี, แอฟริกาตะวันออก 800 ปี และแอฟริกาตะวันตก 1,200 ปี ปัจจุบันมีการปลูกขมิ้นกันอย่างแพร่หลายในแถบประเทศเขตร้อนชื้น

ขมิ้นมีสรรพคุณทางยามาตั้งแต่อดีต ก่อนคริสศักราช 250 ปี จากบันทึกการใช้ยาในเอเชียใต้, อ้างใน Treatises ภาษาสันสกฤตในทางการแพทย์ และใช้กันอย่างแพร่หลายในยาอายุรเวท และ Unani อายุรเวท Susruta ของเคท ในประเทศอินเดีย มีการบันทึกถึงการนำครีมที่มีขมิ้นเพื่อรักษาอาการของคนถูกที่วางยาพิษ แก้การอักเสบของแผลที่ผิวหนัง และบำรุงผิวพรรรณสำหรับผู้หญิง สำหรับศาสนาฮินดู ในพิธีแต่งงาน เจ้าสาวจะถูขมิ้นตามร่างกายของพวกเขา และกับทารกแรกเกิด โดยลูบบริเวณหน้าผากของพวกเขา เพื่อให้ผิวพรรณดูผ่องใส และแวววาวดูมีราศี ปราศจากสิ่งชั่วร้าย เหมือนในประเพณีไทยที่ผู้ชายที่กำลังบวชเป็นพระ จะใช้ขมิ้นในการขัดผิวในขั้นตอนการบวชนาค และพบว่าคนชนชั้นสูงในประเทศอินเดีย นำชิ้นส่วนของเหง้าของขมิ้น แช่ลงไปในน้ำเพื่อใช้ในอาบน้ำ มีรายงานว่าขมิ้นจะช่วยปรับโทนสีผิว หรือช่วยให้ผิวเนียน สว่างใส ผู้หญิงในแถบเอเชียจึงรู้ถึงสรรพคุณของขมิ้นเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังนิยมนำไปประกอบอาหารเพื่อป้องกันโรคทางเดินอาหาร และเสริมสร้างสุขภาพผิวพรรณ ทั้งยังป้องกันโรคมะเร็ง โดยจะพบว่าคนแถบตะวันออกโดยเฉพาะคนเอเชียจะมีโอกาสเป็นโรคมะเร็งน้อยกว่าคน แถบตะวันตก

คุณประโยชน์ของขมิ้น

เหง้าขมิ้นชันประกอบด้วยสารสำคัญประเภทเคอร์คูมินอยด์เป็นสารสีเหลือง ประกอบด้วยเคอร์คูมิน, เดสเมทอกซี เคอร์คูมิน และบิสเดส เมทอกซีเคอร์คูมิน และน้ำมันหอมระเหย มีสีเหลืองอ่อน มีสารสำคัญคือ เทอร์เมอโรน และซิงจีเบอรีน นอกจากนี้ยังมีสารกลุ่มเซสควิเทอร์ปีน และโมโนเทอร์ปีน อื่นๆ ขมิ้นชันที่ดีต้องมีปริมาณน้ำมันหอมระเหยจำพวกเคอร์คูมินอยด์คำนวณเป็นเคอร์ คูมินไม่น้อยกว่า 5% โดยน้ำหนัก และ 6% โดยปริมาตรต่อน้ำหนัก ตามลำดับตามมาตรฐานของตำรับยาสมนุไพรของประเทศไทย หรือไม่น้อยกว่า 3% และ 4% ตามลำดับ ตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก

ผลการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา

การศึกษาในสัตว์ทดลองหรือในหลอดทดลองพบว่า สารสกัดหรือสารส าคัญของขมิ้นชันมีฤทธิ์ทางยาที่ส าคัญพอสรุปได้ ดังนี้

1. ฤทธิ์ลดการอักเสบผัวหนัง

2. ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและ antioxidant activity ของสารกลุ่มเคอร์คูมินนอยด์

3. ฤทธิ์ต้านการก่อกลายพันธุ์และต้านการเกิดมะเร็งจากการได้รับสารก่อมะเร็งที่กระตุ้นให้เกิดมะเร็งในอวัยวะต่างๆ

4. ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย

5. ฤทธิ์ต้านเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคกลาก

กลูตาไธโอน ( Glutathione)

กลูตาไธโอน (Glutathione) จัดเป็นสารประเภท Tripeptide ซึ่งประกอบด้วย กรดอะมิโน 3 ชนิด คือ Glutamine, Cysteine และ Glycine ที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองได้ แต่มีปริมาณน้อยอาจไม่เพียงพอในการนำไปสร้างสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อป้องกัน การเสื่อมต่างๆ ของเซลล์ในร่างกาย การรับประทานกลูตาไธโอนสามารถดูดซึมผ่านผนังลำไส้เล็กได้ แต่ส่วนที่อยู่ในทางเดินอาหารส่วนอื่นจะถูกย่อย สลายได้เป็นกรดอะมิโนต่างๆ คือ กลูตามีน ซีสเทอีน และไกลซีน ซึ่งสามารถนำมาสร้างเป็นกลูตาไธโอนได้ใหม่ภายในเซลล์ กลูตาไธโอนช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส เนื่องจากมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการการสร้างเม็ดสีเมลานินของผิวหนัง ที่ถูกสร้างขึ้นในหนังกำพร้าชั้นล่างสุด โดยถ้าร่างกายมีกลูตาไธโอนก็จะสามารถยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ซึ่งมีหน้าที่ในการผลิตเมลานินและทำให้ผิวมีสีคล้ำ เพราะเมื่อเอนไซม์ Tyrosinase ถูกยับยั้งก็จะทำให้มีการสร้าง Pheonomelanin

บทาทของกลูตาไธโอนต่อผิว

1. ยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน ทำให้ผิวขาวขึ้น จุดด่างดำลดลง

2. เป็นแอนติออกซิแดนท์ (สารต้านอนุมูลอิสระ) ช่วยลดรอยหิวย่นและทำให้ผิวเรียบเนียนใส นอกจากนี้ กลูตาไธโอน จะสามารถทำงานได้ดีเมื่อมีวิตามินซีและวิตามินอีร่วมด้วย

วิตามินซี

วิตามินซีมีความสำคัญต่อกระดูกเยื่ออ่อนและผิวหนัง กล่าวคือ วิตามินซีจะช่วยร่างกายในการผลิตและรักษาระดับของสารคอลลาเจน (Collagen) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ใช้ในการสร้างกระดูกและฟัน เส้นเอ็นและผิวหนังที่กระจายอยู่ทั่วไปในโครงสร้างของร่างกาย


วิตามินซีกับความสวยความงาม

วิตามินซีสามารถป้องกันอันตรายจากแสงยูวี หากเราทาวิตามินซีก่อนออกแดดจะสามารถลดปัญหาผิวไหม้ บรรเทาอาการอักเสบของผิวเมื่อถูกแสงแดด และพบว่าเมื่อทาร่วมกับวิตามินอีและครีมกันแดดที่มี Oxybenzone ก็จะสามารถป้องกันอันตรายจากแสงแดดได้ดีขึ้น ทั้งยังมีฤทธิ์ต้านการเกิดออกซิเดชั่น (Antioxidant) ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระที่เกิดจากความชราของผิวหนังได้เป็นอย่างดี โดยมีการทดลองทาวิตามินซีที่ใบหน้าเป็นเวลา 3 เดือน พบว่าทำให้เส้นริ้วรอยบางๆ จางหายไป ผิวหน้านุ่มเนียนขึ้น วิตามินซียังมีความโดดเด่นในการผูกใจคนรักสวยรักงาม คือ ท าให้เม็ดสีเมลานินจางลง กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ของผิวพรรณ ช่วยให้ผิวขาวขึ้นได้ในคนที่เป็นฝ้า กระ รอยดำ ส่งผลให้ผิวพรรณสดใสเรียบเนียนและมีสุขภาพดีขึ้น และยังช่วยสมานแผล

วิตามินอี

วิตามินอีเป็นคำเรียกสารประกอบกลุ่มหนึ่งชื่อ โทโคฟีรอล (Tocopherol) ซึ่งมี 4 รูปแบบหลักๆ คือ แอลฟา (Alpha) เบตา (Beta) แกมมา (Gamma) และเดลตา (Delta) แต่แอลฟาโทโคฟีรอล (Alpha-tocopherol) เป็นชนิดที่พบมากที่สุด และออกฤทธิ์มากที่สุด วิตามินอีเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน ร่างกายจึงเก็บสะสมไว้ได้นาน

บทบาทของวิตามินอีต่อผิว

-ปกป้องเยื่อบุเซลล์

-เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยเปลี่ยนอนุภาคออกซิเจนที่ไม่เสถียรให้เป็นกลาง จึงไม่ท าลายเซลล์ของร่างกาย

-เป็นตัวช่วยไขกระดูกในการสร้างเลือด ช่วยขยายเส้นเลือด ต้านการแข็งตัวของเลือด ลดความสามารถในการจับตัวเป็นลิ่มเลือด

เอกสารอ้างอิง

1. สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มาตรฐานสมุนไพรเล่มที่ 3 ชุดเห็ดเทศ Senna alata (L.)Roxb. โรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก, กรุงเทพฯ. 2545

2. กองวิจัยและพัฒนาสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์กาแพทย์คู่มือสมุนไพรเพื่อการสาธารณสุขมูลฐาน Text and journal Corporation กรุงเทพฯ 2531:42.

3. J Ethnopharmacol 1990;29 : 337-340.

4. J Ethnopharmacol 1995;45 : 151-156.

5. J Ethnopharmacol 2003;84(1) : 1-4.

6. Arjinpathana N, Asawanonda P. Glutathione as an oral whitening agent : A randomized, double-blind, placebo-controlled study, Journal of Dermatological Treatment 2010: 1:6.

7. มัณฑนา ภานุมาภรณ์. Herbal Whitening Agents. ใน : มัณฑนา ภานุมาภรณ์, บรรณาธิการ. Cosmetics for Aestheic and Hwalth กรุงเทพฯ : สานักพิมพ์กรุงเทพฯ เวชสาร ; 2552 : 107-130.

8. Witschai A, Reddy S, Stofer B, et al. The systemic availability of oral glutathione : Effect on plasma concentration. American Journal of Physiology 1992;43:667-669.

9. Hagen TM, Wierzbicks GT, Sillau AH, et al. Bilavailability of dietary glutathione: Effect on plasma concentration. American Journal of Physilogy-Gastrointestinal and liver Physiology 1990;259(4 22-4).

10. Vikram Sinai Talaulikar, Isaac T. manyonda. Vitamin C as an antioxidant supplement in women’s health: a myth in need of urgent burial, European Journal of Obstetrics & Gynecology and Reproductive Biology, Volume 157, Issue 1, July 2011, Pages 10=13

11. Jens J. Thiele, Swarna Ekanayake-Mudiyanselage. Vitamin E in human skin:Organ-specific physiology and considerations for its use in dermatology and considerations for its use in dermatology, Molecular Aspects of Medicine, Volume 28, Issues-56, October-December 2007, Pages 646-667

12. Jay S. Trivedi, Steven L. Krill, James J. Fort. Vitamin E as a human skim penetration enhancer European Journal of Pharmaceutical Sciencer, Volume 3, Issue 4, August 1995, Pages 241-243

วันเวลา : 2017-07-03 21:42:23 ไอพี : 180.183.156.19

ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาโทร. 0818-626-168 ระหว่างเวลา 08.00-22.00น.

ผลิตภัณฑ์