ท่านที่ต้องการผลิตภัณฑ์ กรุณาติดต่อเว็บมาสเตอร์ ตามที่อยู่ด้านล่างสุด

เพื่อความคุ้มค่า กรุณาศึกษาผลิตภัณฑ์ก่อนใช้ หรือบริโภค

ผลิตภัณฑ์กิฟฟารีน ที่ขายดีทั้งหมด

ค้นหาผลิตภัณฑ์กิฟฟารีนค้นหาผลิตภัณฑ์กิฟฟารีน

ไลโคปีน 384.00

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไลโคพีน ผสมวิตามินซี ชนิดแคปซูล (ตรา กิฟฟารีน)

ส่วนประกอบที่สำคัญโดยประมาณ ใน 1 แคปซูล :
มะเขือเทศผง 385 มก.

ไลโคพีน 10% 60 มก.

(ให้ไลโคพีน 6 มก.)

โซเดียมแอสคอร์เบต 33.75 มก.

(ให้วิตามินซี 30 มก.)

วิธีใช้ :
รับประทานวันละ 1 แคปซูล หลังอาหาร

รหัสสินค้า 41027
ปริมาณสุทธิ : 30.00 แคปซูล
น้ำหนักรวม : 50 กรัม
ราคาสมาชิก384.00
ราคาเต็ม512.00
พีวี384.00


ความคิดเห็นที่ 1 จาก : Webmaster

“ไลโคปีน” ชื่อนี้เริ่มติดหูคนไทยมาได้หลายปี เพราะมีการระบุว่า เป็นสารอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมหาศาล ช่วยสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคร้ายได้อย่างเด็ดดวง ส่วนจะมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้างนั้น ลองต้องไปทำความรู้จักกับสารตัวนี้กันก่อน

“ไลโคปีน” เป็นสารชนิดหนึ่งในกลุ่มแคโรทีนอยด์ ที่พบมากในมะเขือเทศ แตงโม และพิงค์เกรปฟรุต หรือผลไม้ที่ให้สารสีแดง สีส้ม และสีเหลือง โดยมีประสิทธิภาพจำเป็นแก่ร่างกายตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยชรา ทำหน้าที่ปกป้องการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกายจากการทำลายของสารอนุมูลอิสระ และป้องกันโรคร้ายต่างๆ

ซึ่งถ้าปล่อยให้ร่างกายมีสารอนุมูลอิสระมากจนเกินไป ซึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมการเลือกรับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือแม้แต่การออกกำลังกายมากเกินไป จะเป็นสาเหตุให้เซลล์ภายในร่างกายถูกทำลาย หรือที่เรียกว่า “ร่างกายอยู่ในสภาพขึ้นสนิม” ซึ่งเป็นสาเหตุการเกิดเซล์์มะเร็ง โรคเบาหวาน โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ไลโคปีน เป็นสารอาหารธรรมชาติที่ร่างกายไม่สามารถผลิตและเก็บสะสมได้เหมือนสารอาหารชนิดอื่น โดยจะถูกนำมาใช้ในส่วนต่างๆ และขับออกจากร่างกายตลอดเวลา ซึ่งถ้าปริมาณไลโคปีนในร่างกายลดลง อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบต่างๆ และเกิดโรคร้ายในที่สุด จึงต้องรับประทานอาหารเพื่อเพิ่มปริมาณไลโคปีนให้เพียงต่อความต้องการในแต่ละช่วงวัยด้วย

คราวนี้ มารู้จักความมหัศจรรย์ 7 อย่างของ “ไลโคปีน” กันว่า ช่วยดูแลปกป้องสุขภาพร่างกายให้เราได้อย่างไรบ้าง

1.สกัดกั้นปัจจัยที่ก่อให้เกิดมะเร็งแบบอยู่หมัด

จากการการศึกษาทางคลินิกในวารสารวิจัยมะเร็งปี 2542 พบว่า ผู้ชายร้อยละ 83 มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากลดลง เมื่อได้รับสาร “ไลโคปีน” ในเลือดสูงถึง 0.40 ไมโครกรัมต่อลิตร หรือเทียบเท่าการรับประทานผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะเชือเทศ เช่น สปาเก็ตตีซอสมะเขือเทศ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยโดยสถาบันวิจัยจากประเทศญี่ปุ่น ทำการสำรวจปริมาณการบริโภคมะเขือเทศในอตาลีตอนเหนือและตอนใต้ เพื่อป้องกันโรคมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร พบว่า กลุ่มคนของอิตาลีตอนใต้ที่ใช้มะเขือเทศกับน้ำมันมะกอกเป็นวัตถุดิบพื้นฐานของอาหาร มีอัตราการเกิดโรคมะเร็งในระบบทางเดินอาหารต่ำกว่ากลุ่มคนของอิตาลีตอนเหนือ ส่วนใหญ่ซึ่งรับประทานแต่อาหารที่ทำจากเนย น้ำมันหมูกับเนื้อสัตว์เป็นหลัก

2.สลายไขมัน ให้เส้นเลือดคล่องตัว

งานวิจัยขากสาขาวิชาสารอาหารและระบาดวิทยา ภาควิชาสาธารณสุข มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พบว่า ไลโคปีน มีประสิทธิภาพในการระงับอนุมูลอิสระที่จะทำลายผนังเยื่อหุ้มเซลล์ ซึ่งเป็นสาเหตุนำไปสู่โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด และนักวิจัยชาวฟินแลนด์ ได้รายงานผลการวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสารด้านประสาทวิทยา แสดงให้เห็นถึงการเชื่อมโยงระหว่างระดับไลโคปีนในเลือดนำไปสู่การป้องกันเส้นเลือดอุดตันในสมอง โดยหลังการติดตาม กลุ่มตัวอย่างที่เป็นชายวัยกลางคน จำนวน 1,000 คน เป็นเวลา 12 ปี พบว่า ชายที่มีระดับไลโคปีนในเลือดสูง มีส่วนสำคัญในการช่วยลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคเส้นเลือดสมองตีบ โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดทุกประเภท และป้องกันการเกิดเส้นเลือดอุดตันและลิ่มอุดตันได้มากถึง 59%

3.ลดภาวะเครียดออกซิเดชัน ภัยร้ายลมหายใจแรกของทารก

ออกซิเจนเป็นก๊าซธรรมชาติที่ในุษย์ต้องใช้หายใจตั้งแต่ลืมตาดูโลก แต่การได้รับมากเกินไป อาจส่งผลร้ายเช่นกัน โดยเฉพาะทารก หากรับปริมาณออกซิเจนมากเกินไป จนกลายเป็นต้นเหตุให้เกิดอนุมูลอิสระในชั่ววินาทีแรกของลมหายใจหรือ ภาวะเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stres) เพื่อการสร้างภูมิคุ้มกันให้ทารก ในระยะตั้งครรภ์คุณแม่ต้องเน้นรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยไลโคปีน เช่น มะเขือเทศ ซึ่งจะส่งไลโคปีนจากแม่สู่ลูกในครรภ์ผ่านสายสะดือ และในน้ำนม

4.ช่วยวัยรุ่น “ไดเอ็ท”

ช่วงวัยรุ่นร่างกายจะมีการแบ่งเซลล์เพื่อการเจริญเติบโตเป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือเซลล์ไขมันที่เป็นสาเหตุของโรคอ้วน หากร่างกายมี “ไลโคปีน” ในเลือดเป็นจำนวนมาก ก็เปรียบเสมือนการมีตัวช่วยจำนวนมหาศาลในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ไขมัน

5.บาลานซ์น้ำตาลในร่างกายของวัยทำงาน

การบริโภคของคนไทยในปัจจุบันออกจะติดหวานกันอยู่ค่อนข้างมาก รวมไปถึงการบริโภคน้ำอัดลมที่เต็มไปด้วยน้ำตาล และนำไปสู่โรคเบาหวานในอนาคต ซึ่งประเทศไทยมีความเสี่ยงป่วยเป็นโรคเบาหวานสูงถึง 6.9% ซึ่งจากการวิจัยพบว่า การรับประทานมะเขือเทศที่มี “ไลโคปีน” มีประสิทธิภาพในการควบคุมและลดระดับน้ำตาลในเลือด หรือป้องกันภาวะความไวต่ออินซูลิน นอกจากนี้ มะเขือเทศยังมี “กรดซิตริก” ที่ช่วยยับยั้งการดูดซึมน้ำตาลกลูโคสที่เกิดจากปฏิกิริยาเคมีของออกซิเจนที่เปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาล

6.ล้างเส้นเลือดสะอาดหมดจน

คอเลสเตอรอลมีประโยชน์ในการเสริมสร้างพลังงานให้แก่ร่างกาย แต่ถ้ามีปริมาณมากจนเกินไป โดยเฉพาะชนิดเลว อาจส่งผลเสียต่อร่างกาย ซึ่ง “ไลโคปีน” ในมะเขือเทศมีประสิทธิภาพพิเศษที่ช่วยสกัดปฏิกิริยาออกซิเดชันของคอเลสเตอรอลไม่ดีที่อยู่ในผนังหลอเลือด พร้อมช่วยลดคอเลสเตอรอลไม่ดีในกระแสเลือด และป้องกันโรคหลอดเลือดแดงแข็งตัว

7.ป้องกันโรคความจำเสื่อมก่อนวัยชรา

เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นร่างกายก็ยิ่งสะสมสารอนุมูลอิสระที่ทำร้ายเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะเซลล์ประสาทที่หน้าที่เกี่ยวกับการเรียนรู้จดจำ ทำให้คนชราบางคนเกิดอาการหลงลืมหรือสับสนต่อเหตุการณ์ต่างๆ หากคนในวัยชรารับประทาน “ไลโคปีน” ก็จะช่วยยับยั้งการทำลายเซลล์ของสารอนุมูลอิสระและผลักออกจากร่างกายในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ แม้จะทราบกันดีว่า “ผักและผลไม้” มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย แต่หลายคนก็ยังคงเลือกไม่รับประทานอยู่ดี เพราะแค่คิดว่าจะต้องตักเข้าปากก็เกิดอาการ “เหม็นเขียว” ขึ้นมา จนให้กลืนไม่ลงอยู่ร่ำไป ไม่เพียงแต่ผักใบเขียวเท่านั้น แม้แต่ผักและผลไม้สีอื่นๆ เมื่อถูกประดับเข้ามาในจาน ก็ไม่วายถูกเขี่ยทิ้งไปไว้ข้างๆ เช่นกัน

การเมินหน้าอาหารที่มีประโยชน์เช่นนี้ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สุขภาพของคนไทยย่ำแย่ลงทุกวัน โรคเรื้อรังไม่ว่าจะเป็นความดัน เบาหวาน หรือแม้แต่มะเร็ง ก็ทวีจำนวนผู้ป่วยขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น บอกลาอาการ “ยี้” ผักและผลไม้เสียตั้งแต่วันนี้ แล้วมองให้ไกลถึงคุณประโยชน์ของมะเขือเทศ รวมถึงผักผลไม้ชนิดอื่น นอกจากสุขภาพร่างกายจะดีในระยะยาวแล้ว

ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติอย่าง “ไลโคปีน” ยังสามารถช่วยเพิ่มเกราะป้องกันโรคร้ายให้กับร่างกายได้อีกด้วย เหมือนสำนวนที่ว่า “หวานเป็นลม ขมเป็นยา”

Cr: www.manager.co.th
วันเวลา : 2017-06-30 18:16:58 ไอพี : 180.183.156.145

ความคิดเห็นที่ 2 จาก : Webmaster
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับไลโคพีน

ไลโคพีน (Lycopene) เป็นสารแคโรทีนอยด์ (Carotenoid) ที่มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระที่โดดเด่น มีประโยชน์ดังนี้
• มีบทบาทในการป้องกันและลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก
• ช่วยลดขนาดเนื้อร้ายในผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมาก
• ช่วยหยุดการโตของต่อมลูกหมากในผู้ป่วยต่อมลูกหมากโต
• ช่วยบำรุงผิว ทำให้ผิวเนียนนุ่ม ป้องกันผิวจากการถูกทำร้ายโดยแสงแดด
• ช่วยต้านมะเร็งได้หลายชนิด เช่น มะเร็งรังไข่ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งปอด
• ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด
• ช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคกระดูกพรุน
• ช่วยเพิ่มปริมาณและคุณภาพของตัวอสุจิในชายที่มีบุตรยาก

ไลโคพีนพบได้ในร่างกาย โดยพบมากที่ต่อมหมวกไต (Adrenal) และลูกอัณฑะ (Testis) เนื่องจากร่างกายมนุษย์ ไม่สามารถสังเคราะห์ไลโคพีนขึ้นเองได้ จึงจำเป็นต้องได้รับจากอาหาร โดยแหล่งของไลโคพีนที่สำคัญคือ มะเขือเทศและผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศ ซึ่งไลโคพีนเป็นสารที่ให้สีแดงในมะเขือเทศนั่นเอง นอกจากนี้ยังพบได้จากผลไม้อื่นๆ เช่น แตงโม ฝรั่ง มะละกอ และพืชในตระกูลส้ม
ไลโคพีนมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระที่มีศักยภาพสูง โดยมีความโดดเด่นในด้านการยับยั้งการทำงานของ Singlet Oxygen (Singlet Oxygen Quenching) มีงานวิจัยต่างๆ เกี่ยวกับประโยชน์ของไลโคพีนในหลายๆ ด้าน ที่มีต่อมนุษย์ ดังนี้
ประโยชน์ของไลโคพีนต่อสุขภาพของต่อมลูกหมากในเพศชาย
มีงานวิจัยในระดับ Meta-analysis ซึ่งถือว่าเป็นงานวิจัยที่น่าเชื่อถือที่สุด เนื่องจากเป็นกระบวนการวิจัยที่ผู้วิจัยได้รวบรวมข้อมูลงานวิจัยต่างๆ อย่างเป็นระบบ มีการประเมินงานวิจัยดังกล่าว แล้วใช้สถิติชั้นสูงในการวิเคราะห์ประมวลผล ซึ่งจะทำให้ลดอคติ (Bias) ได้ สรุปได้ว่า ผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศและไลโคพีน มีบทบาทในการป้องกันและลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากได้
นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากได้รับประทานไลโคพีน เป็นระยะเวลา 3 อาทิตย์ก่อนทำการผ่าตัด พบว่าเนื้อร้ายมีขนาดเล็กลง
ในด้านการศึกษาเกี่ยวกับโรคต่อมลูกหมากโต มีการศึกษาในชายสูงอายุที่เป็นโรคต่อมลูกหมากโตแต่ไม่ได้เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก จำนวน 40 คน โดยได้รับไลโคพีนเป็นระยะเวลา 6 เดือน พบว่าช่วยหยุดการโตของต่อมลูกหมากได้

ประโยชน์ของไลโคพีนต่อสุขภาพผิว
มีการศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไลโคพีนกับสุขภาพผิว โดยทำการศึกษาในกลุ่มผู้หญิงอายุ 40-50 ปี จำนวน 20 คน พบว่าผู้หญิงที่มีปริมาณไลโคพีนสูงกว่าที่ผิว จะมีผิวที่เนียนนุ่มกว่า และมีงานวิจัยในมนุษย์พบว่า การได้รับไลโคพีนช่วยป้องกันผิวเสียจากแสงแดดได้

ประโยชน์ของไลโคพีนในการต้านมะเร็ง
นอกจากมะเร็งต่อมลูกหมากแล้ว ไลโคพีนยังอาจช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งได้อีกหลายชนิด ด้วยคุณสมบัติการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีนั่นเอง มีงานวิจัยในระดับ Meta-analysis ซึ่งเป็นงานวิจัยที่น่าเชื่อถือที่สุดรายงานว่า ไลโคพีนมีบทบาทในการลดความเสี่ยงของมะเร็งรังไข่ในหญิงวัยหมดประจำเดือน ลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งหลอดอาหารได้ การศึกษาอื่นๆ พบว่าไลโคพีนยังช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องมะเร็งปอดได้อีกด้วย

ประโยชน์ของไลโคพีนต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด
จากการศึกษาในกลุ่มผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular disease) พบว่าไลโคพีนช่วยทำให้การทำงานของเซลล์ในหลอดเลือดดีขึ้น และมีรายงานว่า ไลโคพีนช่วยต้านการพัฒนาของโรคหลอดเลือดหัวใจไม่ให้ลุกลามได้ นอกจากนี้ยังมีการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการได้รับไลโคพีนกับอุบัติการณ์การเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นระยะเวลานานกว่า 10 ปี พบว่า การได้รับไลโคพีนช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดได้

ประโยชน์ของไลโคพีนต่อโรคกระดูกพรุน
มีรายงานการศึกษาในกลุ่มผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน พบว่าการได้รับไลโคพีนช่วยลดการสลายของกระดูกได้ จึงอาจเป็นประโยชน์ในการลดความเสี่ยงของการเป็นโรคกระดูกพรุนได้ และจากการติดตามศึกษาในกลุ่มผู้สูงอายุที่เป็นเพศชาย 370 คน และเพศหญิง 576 คน อายุ 70-80 ปี เป็นเวลากว่า 17 ปี พบว่าในกลุ่มที่ได้รับไลโคพีนสูง ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดกระดูกสะโพกหักได้

ประโยชน์ของไลโคพีนต่อภาวะการมีบุตรยากในเพศชาย
มีรายงานการศึกษาเรื่องไลโคพีนกับภาวะการมีบุตรยากในเพศชาย พบว่า ไลโคพีนช่วยทำให้มีปริมาณอสุจิสูงขึ้น มีอัตราการรอดชีวิตของอสุจิสูงขึ้น และช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันได้ ทั้งยังมีรายงานในมนุษย์ว่า ช่วยเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ได้ อีกการศึกษาหนึ่งทำกับกลุ่มชายที่มีบุตรยากโดยไม่ทราบสาเหตุ พบว่าช่วยเพิ่มจำนวนอสุจิได้ลักษณะรูปร่างของตัวอสุจิสมบูรณ์ขึ้น และเพิ่มคุณภาพการเคลื่อนไหวของตัวอสุจิได้ดีขึ้น

เอกสารอ้างอิง
1.ไลโคปีน (Lycopene) สืบคืนวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 จากเวปไซต์ ภาควิชาเภสัชเวทและเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. pcog2.pharmacy.psu.ac.th
2. Quenching Activities of Common Hydrophilic and Lipophilic Antioxidants against Singlet Oxygen Using Chemiluminescence Detection System. Carotenoid Science, Vol.11, 2007, 16-20
3. Overview of mechanisms of action of lycopene. Exp Biol Med (Maywood). 2002 Nov;227(10):920-3. 4. The role of tomato products and lycopene in the prevention of prostate cancer: a meta-analysis of observational studies. Cancer Epidemiol Biomarkers Prev. 2004 Mar;13(3):340-5.
5. Lycopene and Risk of Prostate Cancer: A Systematic Review and Meta-Analysis. Medicine (Baltimore). 2015 Aug; 94(33):e1260.
6. Lycopene/tomato consumption and the risk of prostate cancer: a systematic review and meta-analysis of prospective studies. J Nutr Sci Vitaminol (Tokyo). 2013;59(3):213-23.
7. มะเร็งต่อมลูกหมาก สืบคืนวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 จากเวปไซต์ สาขาศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล. www.si.mahidol.ac.th
8. Phase II randomized clinical trial of lycopene supplementation before radical prostatectomy. Cancer Epidemiol Biomarkers Prev. 2001 Aug;10(8):861-8.
9.Effects of lycopene supplementation in patients with localized prostate cancer. Exp Biol Med (Maywood). 2002 Nov;227(10):881-5.
10. Lycopene inhibits disease progression in patients with benign prostate hyperplasia. J Nutr. 2008 Jan;138(1):49-53.
11. Cutaneous concentration of lycopene correlates significantly with the roughness of the skin. Eur J Pharm Biopharm. 2008 Aug;69(3):943-7.
12. Tomato paste rich in lycopene protects against cutaneous photodamage in humans in vivo: a randomized controlled trial. Br J Dermatol. 2011 Jan;164(1):154-62.
13. Lycopene: a review of its potential as an anticancer agent. Curr Med Chem Anticancer Agents. 2005 Nov;5(6):627-35.
14. Meta-analysis of the association between dietary lycopene intake and ovarian cancer risk in postmenopausal women. Sci Rep. 2014 May 9;4:4885.
15. The role of tomato products and lycopene in the prevention of gastric cancer: a meta-analysis of epidemiologic studies. Med Hypotheses. 2013 Apr;80(4):383-8.
16. Carotenoid intake and esophageal cancer risk: a meta-analysis. Asian Pac J Cancer Prev. 2013;14(3):1911-8. 17 .Tomato Lycopene and Lung Cancer Prevention: From Experimental to Human Studies. Cancers (Basel). 2011 Jun; 3(2): 2333–2357.
18. Effects of oral lycopene supplementation on vascular function in patients with cardiovascular disease and healthy volunteers: a randomised controlled trial. PLoS One. 2014 Jun 9;9(6):e99070.
19. Lycopene and Its Antioxidant Role in the Prevention of Cardiovascular Diseases - A Critical Review. Crit Rev Food Sci Nutr. 2015 Feb 12:0.
20. Relationship of lycopene intake and consumption of tomato products to incident CVD. Br J Nutr. 2013 Aug 28;110(3):545-51.
21. Dietary restriction of lycopene for a period of one month resulted in significantly increased biomarkers of oxidative stress and bone resorption in postmenopausal women. J Nutr Health Aging. 2011 Feb;15(2):133-8.
22. Supplementation with the antioxidant lycopene significantly decreases oxidative stress parameters and the bone resorption marker N-telopeptide of type I collagen in postmenopausal women. Osteoporos Int. 2011 Apr;22(4):1091-101.
23. Protective effect of total carotenoid and lycopene intake on the risk of hip fracture: a 17-year follow-up from the Framingham Osteoporosis Study. J Bone Miner Res. 2009 Jun;24(6):1086-94.
24. Lycopene and male infertility. Asian J Androl. 2014 May-Jun;16(3):420-5.
25. Lycopene therapy in idiopathic male infertility--a preliminary report. Int Urol Nephrol. 2002;34(3):369-72.
วันเวลา : 2017-07-03 20:09:33 ไอพี : 180.183.156.19

ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาโทร. 081-862-6168 ระหว่างเวลา 08.00-22.00น.